การศึกษาออนไลน์ / ศูนย์รับสมัคร
นักศึกษามหาวิทยาลัยเวสเทิร์น
ตรัง ภูเก็ต
  • เฉลิมพระชนมพรรษา
  • ปั่น
  • 1
  • Provillage
Date Post 25-12-2020

ครูวอนช่วยเหลือครอบครัวลูกศิษย์ เนื่องจากต้องอยู่กันตามลำพังในช่วงกลางคืน ซึ่งแม่ออกไปทำงานนอกบ้าน

 

วันที่ 25 ธันวาคม 2563 ผู้สื่อข่าวได้รับการประสานจากครูโรงเรียนบ้านบางสัก ต.บางสัก อ.กันตัง จ.ตรัง เพื่อขอความช่วยเหลือลูกศิษย์ตัวน้อย 3 คนพี่น้อง คือ น้องพรีม (ชาย) อายุ 9 ขวบ  นร.ชั้น ป.3, น้องบีม(หญิง) อายุ 7 ขวบ นร.ชั้น ป.1 และ น้องฮาร์ทบีท(หญิง) อายุ 6 ขวบ นร.ชั้น อนุบาล 3  ซึ่ง 3 คน ปัจจุบันอาศัยอยู่ในห้องเช่าเล็กๆ แคบๆ ที่ได้รับการต่อเติมต่อจากหลังร้านรับซื้อปลา ไม่มีเลขที่ ม.2 ต.บางสัก ห่างจากโรงเรียนไม่เกิน 200 เมตร

โดยเด็กทั้งสามคนอาศัยอยู่กับแม่ ซึ่งเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว ในห้องแบ่งเช่าเล็กๆนี้มาประมาณ 2 เดือนแล้ว ส่วนพ่อของเด็กเลิกรากับแม่ไปได้ประมาณ 1 ปี โดยภายในห้องแทบไม่มีข้าวของเครื่องใช้ใดๆ มีเฉพาะที่จำเป็นเพียงไม่กี่ชิ้น เช่น เสื้อผ้า เตียงนอน รวมทั้งหม้อหุงข้าวใบเก่า ประตูไม่แข็งแรง  ทั้งนี้ ปัจจุบันแต่ละวันแม่ของเด็กต้องออกจากบ้านตั้งแต่เช้ามืด เพื่อไปทำงานเป็นผู้ดูแลผู้ป่วยติดเตียงในตัวเมืองตรัง และจะกลับมาถึงบ้านในช่วงค่ำ ประมาณ 22.00 น.  โดยมี “ครูสิน” คุณครูประจำชั้นของน้องพรีมพี่ชายคนโต จะทำหน้าที่เลี้ยงเด็กๆตั้งแต่หลังเลิกเรียน รอจนกว่าแม่ของเด็กจะมารับ หรือหากวันไหนไม่ได้มารับก็จะต้องนอนค้างกับครูแทน 

โดยทั้ง 3 พี่น้อง ได้รับการช่วยเหลือเรื่องอาหารเช้า อาหารกลางวัน และอาหารเย็นจากคุณครู และโรงเรียน และได้รับทุนการศึกษาบางส่วน โดยแต่ละวันเด็กๆทั้ง 3 คน จะมีคุณครูสิน ซึ่งเป็นครูประจำชั้นน้องพรีมเป็นคนดูแลเด็กที่โรงเรียน และหากมืดค่ำก็พาไปอยู่บ้านเช่าของครู ซึ่งอยู่ใกล้โรงเรียน รอจนกว่าแม่ของเด็กมารับเด็กกลับ เป็นเช่นนี้ทุกวัน และหากวันใดแม่ของเด็กทำงานแทนเพื่อนต่อเนื่องไปก็จะไม่ได้กลับบ้าน ทำให้เด็กๆต้องนอนกับคุณครูสิน พร้อมกับหาข้าวน้ำให้กิน ทั้งนี้ ทางคุณครูร้องขอความช่วยเหลือ เนื่องจากกังวลในสวัสดิภาพของลูกศิษย์ตัวน้อยทั้ง 3 คน เนื่องจากสถานที่อยู่อาศัยในปัจจุบันไม่มีความปลอดภัยเพียงพอ 

คุณครูรชฏนันท์ พระคง (ครูม๊ะ) ครูผู้รับผิดชอบโครงการระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน โรงเรียนบ้านบางสัก กล่าวว่า ตนเองไม่ได้เป็นครูประจำชั้นเด็กๆ แต่ไปเจอสภาพความเป็นอยู่ของเด็กๆที่โรงเก็บของเก่าของ อบต.เนื่องจากตอนนั้น แม่เด็กทำงานหน่วยกู้ชีพของ อบต.บางสัก ได้เงินเดือน เดือนละ 3,000 บาท ซึ่งไม่เพียงพอจึงต้องหางานใหม่ โดยเข้าไปทำงานเป็นนพนักงานร้านข้ามต้มโต้รุ่งในตัวเมืองตรัง โดยมาทราบทีหลังว่าเด็กทั้งสามคนอยู่กันโดยลำพังในตอนกลางคืน  

โดยมีพี่คนโตเป็นคนดูแลน้อง และไหว้วานให้เพื่อนบ้านไปรับเด็กที่โรงเรียน ทางโรงเรียนไม่รู้  แต่มีอยู่ครั้งหนึ่งเด็กทั้งสามคน นั่งรอแม่ที่โรงเรียนจนมืดค่ำก็ยังไม่มีใครมารับกลับบ้าน เนื่องจากเพื่อนบ้านคนดังกล่าวติดธุระ ตนเองจึงพาไปส่งบ้าน จึงไปเห็นสภาพว่าเด็กๆพักอาศัยอยู่ในโรงเก็บของเก่าของด้านหลัง อบต. เพราะตอนนั้นแม่เริ่มทำงานในเมืองแล้ว และแม่เห็นว่าเงินไม่พอ หลังจากทำงานร้านข้าวต้มแล้ว จึงทำงานรับจ้างดูแลผู้ป่วยติดเตียงเพิ่ม เพื่อให้ได้เงินเพียงพอมาเลี้ยงดูลูก ทำให้เด็กๆต้องนอนเพียงลำพัง  

คุณครูและโรงเรียน จึงรู้สึกเป็นห่วงเด็ก จึงแนะนำให้แม่ของเด็กมาเช่าห้องพักอยู่ใกล้กับ ร.ร. เพื่อเด็กจะได้เดินไปกลับโรงเรียนได้สะดวก ปลอดภัย และอยู่ในความดูแลช่วยเหลือของครูอย่างเต็มที่ จะได้ไม่อยู่ตามลำพัง ในที่สุดแม่ของเด็ก ได้พาเด็กทั้ง 3 คนพี่น้อง มาอาศัยอยู่ในห้องเช่าแคบๆ ที่ได้รับการต่อเติมด้านหลังร้านรับซื้อปลา ในราคาค่าเช่าเดือนละ 500 บาท ซึ่งห้องเช่าหลังนี้อยู่ห่างจากโรงเรียนไม่เกิน 200 เมตร เด็กจะเดินไปกลับได้สะดวก ซึ่งมีครู อรรฆเดช ชิตแก้ว ครูประจำชั้นป.3 คอยดูแลหลังเลิกเรียน สอนการบ้าน จนกว่าแม่จะมารับในช่วงดึก ส่วนอาหารนั้น อาหารเช้ามีคุณครูซอฟียะ มณีโสภา (ครูฟี่) ครูประจำชั้นอนุบาล 3 เป็นผู้เตรียมให้เด็ก อาหารกลางวันกินที่โรงเรียน และทางโรงเรียนจะแบ่งอาหารไว้ให้เด็กเป็นมื้อเย็นด้วยทุกวัน ทำให้เด็กๆได้มีอาหารกินทุกมื้อ และได้รับทุนการศึกษาบางส่วนจากทางโรงเรียน สิ่งที่อยากให้สังคม หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเหลือคือ สภาพความเป็นอยู่ของเด็กๆ จะได้มีความปลอดภัย  

ทางด้านคุณครูอรรฆเดช ชิตแก้ว (ครูสิน) ครูประจำชั้นป.3 กล่าวว่า ตนจะตักเตรียมอาหารไว้ให้เด็กทั้งสาม วันนี้กับข้าวที่เด็กจะได้ทานมื้อเย็น คือ แกงจืด หมูน้ำแดง ข้าวสวย และ นมไมโล หลังเลิกเรียนตนจะพาเด็กทั้งสามไปที่บ้านพักของตนก่อน ดูแลให้เด็กได้ทานอาหาร ทำการบ้าน และรอให้แม่เด็กกลับมาจากที่ทำงาน มารับทั้งสามพี่น้องกลับบ้าน แต่หากวันไหนแม่ไม่ได้มา ก็ต้องพักค้างกับตน

ทางด้านคุณครูซอฟียะ มณีโสภา (ครูฟี่) ครูประจำชั้นอนุบาล 3 ซึ่งเป็นผู้เตรียมอาหารเช้าให้เด็กทั้งสามคนได้รับประทานก่อนเข้าเรียน ซึ่งครูซอฟียะฯ กล่าวว่า  เดิมตนเองเตรียมด้วยเงินของตนเองมาจากบ้าน และตอนหลังได้แจ้งกับเพื่อนๆ จึงได้รับเงินสนับสนุนอาหารเช้าจากกลุ่มเพื่อนร่วมสมัยเรียนมหาวิทยาลัย ให้การสนับสนุนมาจำนวนหนึ่ง ที่ต้องการช่วยเหลือให้เด็กได้มีอาหารรับประทานครบ 3 มื้อ และเป็นอาหารที่ถูกหลักโภชนาการ

นอกจากครูแล้ว ยังมีนางจรัสศรี เกตุกอ อายุ 43 ปี อยู่บ้านเลขที่ 33/3 ม.1 ต.บางสัก อ.กันตัง จ.ตรัง (คุณอาของแม่เด็กทั้งสาม) กล่าวว่า  แม่ของเด็กเป็นเด็กกำพร้าพ่อแม่แต่แบเบาะ ตนเองสงสารหลานจึงรับมาเลี้ยงเองจนโต จนกระทั่งมีครอบครัว แต่มาเลิกรากับพ่อของเด็กได้ประมาณ 1 ปี ซึ่งตนก็ไปๆมาๆ มาดูหลานบ้าง แต่ไม่ทุกวัน ตนเองอยากให้หลานทั้งสามคนได้รับการศึกษาที่ดี ได้รับทุนการศึกษา เพราะแม่ของเด็กเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวต้องทำงานเลี้ยงลูกน้อยตามลำพัง แรกพ่อของเด็กจะส่งมาช่วยบ้าง แต่ระยะหลังก็ไม่มี และไม่เพียงพอ ตนเองสงสารหลานอยากให้มีทุนการศึกษา และใช้เพื่อดำรงชีพในแต่ละวัน

อย่างไรก็ตาม คุณครู และอาของแม่ หรือมีศักดิ์เป็นยายของเด็กๆ ได้พาผู้สื่อข่าวไปดูสภาพโรงเก็บของเก่าของ อบต.บางสัก ซึ่งอยู่ด้านหลังที่ทำการ อบต.และอยู่ใกล้แหล่งกำจัดขยะ ซึ่งเคยเป็นที่อยู่อาศัยของ 4 คนแม่ลูกก่อนหน้านี้ เนื่องจากเดิมแม่ของเด็กทำงานอยู่กับทีมกู้ชีพ  อบต.บางสัก แต่ระยะหลังได้เงินเดือนๆละประมาณ 3,000 บาท จึงไม่พอรายจ่าย จึงลาออก โดยอาศัยอยู่ในโรงเก็บเก่านานประมาณ 3 ปี ตั้งแต่น้องพรีมลูกชายคนโตอยู่ชั้น ป.1 แต่ขณะนั้นพ่อแม่ของเด็กยังอยู่กันพร้อมหน้า ทั้งนี้ ทางเข้าเริ่มรก เพราะแม่ลูกได้ย้ายไปอยู่ห้องเช่าใกล้โรงเรียนดังกล่าวมาประมาณ 2 เดือนแล้ว และพบว่าภายในโรงเก็บของเก่า ยังมีข้าวของเครื่องใช้บางส่วน เช่น เสื้อผ้า ทีวีเก่า ที่นอนเก่า เก็บอยู่ เนื่องจากขนไปไว้ในห้องเช่าใหม่ไม่ได้ เพราะมีความคับแคบ ทั้งนี้ หากมีผู้ใจบุญอยากช่วยเหลือครอบครัวของเด็กน้อย สามารถติดต่อที่โรงเรียนบ้านบางสัก ต.บางสัก อ.กันตัง จ.ตรัง