การศึกษาออนไลน์ / ศูนย์รับสมัคร
นักศึกษามหาวิทยาลัยเวสเทิร์น
ตรัง ภูเก็ต
  • เฉลิมพระชนมพรรษา
  • ปั่น
  • 1
  • Provillage
Date Post 05-11-2020

พิธีบวงสรวงศาลหลักเมืองตรัง 209 ปี

จังหวัดตรังจัดพิธีบวงสรวงศาลหลักเมืองตรัง "ในโครงการส่งเสริม สืบสาน ศิลปวัฒนธรรมและอัตลักษณ์ประจำถิ่นและความเป็นไทย “เสน่ห์ตรัง แลหนังโนรา” ได้รับความร่วมมือกระทรวงวัฒนธรรมจังหวัดตรัง โดยสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด, อำเภอกันตัง, เทศบาลควนธานี และโรงเรียนควนธานี
ที่ศาลหลักเมืองตรัง ตำบลควนธานี อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง นายขจรศักดิ์ เจริญโสภา ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง เป็นประธานในพิธีบวงสรวงศาลหลักเมืองตรัง โดยมีการประกอบพิธีบวงสรวงสังเวยตามพิธีพราหมณ์ และพิธีบำเพ็ญกุศลทางศาสนาพุทธ พิธีทักษิณานุประทาน พิธีเจริญพระพุทธมนต์ เพื่อความเป็นสิริมงคลของประชาชน โดยศาลหลักเมืองตรัง เริ่มก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ.2354 สมัยรัชกาลที่ 2 มีอายุ 209 ปี เป็นที่ยึดเหนี่ยวทางจิตใจของชาวตรังและพุทธศาสนิกชนทั่วไป
สำหรับประวัติศาลหลักเมืองตรังได้ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2354 ตั้งอยู่ที่ตำบลควนธานี อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง อยู่ห่างจากตัวเมืองตรังไปตามถนนสายกันตัง ประมาณ 8 กิโลเมตร ศาลหลักเมืองตรังนับเป็นที่ยึดเหนี่ยวทางจิตใจของชาวตรังทั่วไปจนเกิดความเชื่อถือศรัทธาในทาง ความศักดิ์สิทธิ์มีการบนบานศาลกล่าวอยู่เสมอ เล่ากันว่าคณะหนังตะลุง มโนราห์ที่เดินทางผ่านศาลหลักเมืองนี้ จะต้องตีกลองหรือบรรเลงดนตรีสักการะทุกครั้งที่ผ่าน เพื่อมิให้เกิดข้อขัดข้องในการเดินทางและการแสดงอีกเรื่องหนึ่งคือตามประเพณีถือศีลกินเจของคนไทยเชื่อสายจีนในจังหวัดตรังซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี เมื่อขบวน แห่พระผ่านศาลหลักเมืองก็ต้องแวะหยุดสักการะ 
งานเสน่ห์ตรัง แลหนังโนรา จัดขึ้นเป็นครั้งแรกในปีนี้ ภายใต้โครงการส่งเสริม สืบสาน ศิลปวัฒนธรรม และอัตลักษณ์ประจำถิ่นและความเป็นไทย โดยความร่วมมือระหว่างจังหวัดตรัง สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด ตรัง และเทศบาลตำบลควนธานี ระหว่างวันที่ 5-9 พฤศจิกายน พ.ศ.2563 จัดขึ้นบริเวณ ศาลหลักเมืองตรัง ถนนหน้าศาลหลักเมืองตรังและบริเวณภายในโรงเรียนควนธานี
โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อ ส่งเสริมให้เด็ก เยาวชนและประชาชนได้ร่วมอนุรักษ์ สืบทอด เห็นคุณค่าศิลปวัฒนธรรมและภูมิ ปัญญาท้องถิ่น ภาคภูมิใจในความเป็นไทย ยกย่องและให้เกียรติภูมิปัญญาท้องถิ่น ร่วมกันสร้างสรรสืบทอดภูมิปัญญาให้คงอยู่ในสังคม สืบไป ภายในงานจะเป็นการจัดงานในรูปแบบร่วมสมัย ด้วยการนำเสนอผ่านเรื่องความเชื่อ ความศรัทธา การแสดง การละเล่น ศิลปะ และวัฒนธรรมท้องถิ่น